|
 |
 |
ตามนโยบาย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ที่เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบสวนปราบปรามแก๊งค์คนร้ายข้ามชาติ
ที่ลักลอบเข้ามากระทำความผิดก่ออาชญากรรมในประเทศไทยและก่ออาชญากรรมต่าง ๆ
ซึ่งเป็นเหตุให้ประเทศไทยได้รับความเสียหาย โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
จัดตั้งคณะทำงานสืบสวนปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน
และบัตรอิเล็กโทรนิกส์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ขึ้นโดยมี พล.ต.ท.สมยศ
พุ่มพันธ์ม่วง ผบช.ก., พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
ซึ่งประกอบด้วย บก.ทท.บก.ป.,บก.ปศท.,บก.รฟ.,บก.ปดส.บก.ทล.,
เป็นชุดปฏิบัติการ และมี
Hitec Crime,
ตำรวจสากล,กระทรวงการต่างประเทศ และสมาคมธนาคารไทย
ดำเนินการสืบสวนจับกุมกลุ่มคนร้ายดังกล่าว |
|
|
โดยกลุ่มคนร้ายมีเทคโนโลยีอันทันสมัยได้ทำการหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินผ่านระบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์
โดยกลุ่มคนร้ายฉ้อโกงประชาชนด้วยวิธีการต่าง ๆ อาทิเช่น
แจ้งว่าเป็นผู้ถูกรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาล,ได้รับเงินภาษีเงินส่วนบุคคลคืนจากราชการ
,เป็นหนี้จากการใช้บัตรเครดิต
หรือถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปใช้
ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ
เกิดความเสียต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก คณะทำงานสืบสวนปราบปราม
ฯได้ดำเนินการสืบสวนจนทราบว่ากลุ่มคนร้ายมีศูนย์
Call
Center อยู่ในประเทศจีน
จึงได้ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
ร่วมสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ฉ้อโกงประชาชนไทยด้วยวิธีการต่าง ๆ
ในประเทศจีน ณ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2550
จนทราบว่า กลุ่มคนร้ายทำเป็นรูปขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ |
 |
|
|
 |
ทำการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนมานานประมาณ
8 ปีมาแล้ว มีผู้เสียหายจำนวนมาก
ในหลายประเทศในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ
ไทย,มาเลเซีย,ใต้หวัน และจีน เป็นต้น จนกระทั่งต่อมา
คณะทำงานสืบสวนปราบปราม ฯ ร่วมกับตำรวจจีน ทำการตรวจค้น อาคารโย่ว
หยี ต้า ซ่า เมืองซัวเถา ประเทศจีน ซึ่งคนร้ายใช้เป็นที่ตั้ง Call
Center ที่ใช้หลอกผู้เสียหายชาวไทย
ผลการตรวจค้นจับกุมได้ผู้ต้องหาที่เป็นคนไทย จำนวน 42 คน ( เป็นชาย
24 คน หญิง 18 คน ) และยังมีผู้ต้องหาเป็นคนจีน,ใต้หวัน , เกาหลี
และมาเลเซีย อีกจำนวนมาก
ซึ่งทางตำรวจจีนได้ขอดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมด ตามกฎหมายจีน
ก่อน
ต่อมาคณะทำงานสืบสวนปราบปรามฯ
ได้ดำเนินการประสานกับทางตำรวจจีนมาโดยตลอดเพื่อขอรับตัวผู้ต้องหาชาวไทยทั้งหมดจำนวน
42 คน กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย
ทางตำรวจจีนได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยไปรับผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวไทยทั้งหมดจำนวน
40 คนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย |
|
|
|
|
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จึงมอบหมายให้ พล.ต.ต.ปัญญาฯ และคณะ เดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีน
เพื่อรับตัวผู้ต้องหาทั้งหมดซึ่งมีหมายจับของศาลอาญา ในข้อหา
ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น
อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ประกอบมาตรา 83
ไว้แล้ว กลับมาดำเนินคดีตามกฏหมายในประเทศไทย
พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
|
 |
|
|
|
 |
ในโอกาสนี้ขอขอบคุณตำรวจจีนที่ให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมในการจับกุมครั้งนี้
และขอประชาสัมพันธ์กับ พี่น้องประชาชนชาวไทยและสื่อมวลชนว่า
อาชญากรรมในลักษณะเช่นจะเกิดขึ้นอีก หากประชาชนไม่ระมัดระวังตัว
อาจจะตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัว ซึ่งกลุ่มคนร้ายก็จะมีการใช้วิธีการใหม่ ๆ
ออกมาใช้อยู่
ตลอดเวลาตามสภาวะเศรษฐกิจและสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งยวด
หากประชาชนท่านใดได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งมาได้ที่
ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคาร กองบังคับการปราบปราม
ชั้น 1 ฝ่ายปฏิบัติการ 10 ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์
02-5124385 หรือ 1195 .
|
|
|
|
|