ชีวิตไม่มีอะไรมาก ได้มาถึงนี่ก็ดีเกินคาดแล้ว สุทิน ทรัพย์พ่วง
 

ถ้าเทียบกันแล้วสถานการณ์ แม้กระทั่งการเกิดอาชญากรรม มันต่างจากสมัยก่อน เดี๋ยวนี้มันไปทางเทคโนโลยีเยอะ สมัยก่อน การสืบข่าว การหาข่าว ต้องใช้สาย ใช้พวก เหมือนสมัยพี่วิน นายนึง แต่เดี๋ยวนี้มันไปทางไอที ทางเทคโนโลยี ทางนิติวิทยาศาสตร์ แล้วนักเลงเก่าๆ ก็ร่วงโรยไปแล้ว รุ่นใหม่ๆ ก็จะเป็นเด็กติดยาบ้างหรืออะไรพวกนี้ที่ใจถึง กล้าก่อเหตุ เมื่อก่อเหตุแล้วก็จะยากต่อการจับกุม แต่ถ้าถามว่าห่วงเรื่องอาชญากรรมด้านไหนมากที่สุด คงจะเป็นเรื่องของยาเสพติด เพราะมันเป็นตัวก่ออาชญากรรมในทุกเรื่อง คนก่ออาชญากรรมส่วนใหญ่ติดยาแทบทั้งนั้น คดีลัก วิ่ง ชิง ปล้น เกิดจากคนพวกนี้ ถ้าบ้านเราไม่มียาเสพติด อาชญากรรมก็น่าจะลดน้อยลง ตอนนี้เรื่องยาเสพติดก็มีนะ ให้ดูอยู่ แต่ยังไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน

รื่องต่อมาก็จะเป็นพวกอาชญากรรมทางเศรษฐกิจทั่วไป เรื่องการฉ้อโกงกัน ที่มันแพร่หลายมาก ก็มักจะมีการรับแจ้งที่กองปราบ เป็นประจำ ฉ้อโกงกันทางแชร์ โดยการเล่นไลน์แชร์ หรือวิธีการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก หลอกลวงกันแพร่หลายขึ้น และมูลค่าทรัพย์สินมันก็มากขึ้นเรื่อยๆ คนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็มีเยอะ แม้กระทั่งการหลอกลวงกันทางเฟซ บุ๊ก แสตมป์ก็มีคนหลงเชื่อ มันเป็นเรื่องของอาชญากรรมสมัยใหม่ ไม่เหมือนกันสมัยก่อนที่ถือปืนไปปล้นแบงก์ ปล้นบ้าน เรื่องรับจ้างฆ่าคนตาย เดี่ยวนี้ก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่
เรื่องการปรับกำลังตำรวจที่มีอยู่ที่นี่ เรื่องการใช้เทคโนโลยีไม่แพ้ที่อื่นนะ ค่อนข้างครอบคลุมและครบด้วย ทุกกองได้คนที่ดีมาทำงาน ก็เลยเบาใจ ตำรวจทุกคนที่นี่ เชื่อว่าเต็มร้อยทุกคน เชื่อใจ มั่นใจกับทุกคน คุยกันรู้เรื่อง ไม่หนักใจในเรื่องไหนเลย เพราะได้ผู้บังคับบัญชาที่ดี และผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดี สบายใจ สำหรับบ้านเมืองตอนนี้ ดูแล้วก็ยังไปได้อีก ปัญหาแตกแยกภายในถ้าลดน้อยลง ก็จะเดินหน้าได้ ประเทศไทยก็จะดีขึ้นอีก พวกกลุ่มผู้มีอิทธิพลตามต่างจังหวัดเดี๋ยวนี้ก็เงียบลงไปนะ สถานการณ์มันสร้างอย่างนั้นรึเปล่าไม่รู้ แต่ก็เก็บข้อมูลไว้นะ มันคงไม่ได้สนใจหรอกว่า พี่เป็นผู้การกองปราบ อยู่สถานการณ์ตอนนี้มากกว่าที่ใครจะไปทำอะไรถ้ามันแหล่มขึ้นมา นี่ อยู่ยากเลยนะ ผมเชื่อว่ามันเป็นส่วนหนึ่ง
 

ถ้าเทียบกันแล้วสถานการณ์ แม้กระทั่งการเกิดอาชญากรรม มันต่างจากสมัยก่อน เดี๋ยวนี้มันไปทางเทคโนโลยีเยอะ สมัยก่อน การสืบข่าว การหาข่าว ต้องใช้สาย ใช้พวก เหมือนสมัยพี่วิน นายนึง แต่เดี๋ยวนี้มันไปทางไอที ทางเทคโนโลยี ทางนิติวิทยาศาสตร์ แล้วนักเลงเก่าๆ ก็ร่วงโรยไปแล้ว รุ่นใหม่ๆ ก็จะเป็นเด็กติดยาบ้างหรืออะไรพวกนี้ที่ใจถึง กล้าก่อเหตุ เมื่อก่อเหตุแล้วก็จะยากต่อการจับกุม แต่ถ้าถามว่าห่วงเรื่องอาชญากรรมด้านไหนมากที่สุด คงจะเป็นเรื่องของยาเสพติด เพราะมันเป็นตัวก่ออาชญากรรมในทุกเรื่อง คนก่ออาชญากรรมส่วนใหญ่ติดยาแทบทั้งนั้น คดีลัก วิ่ง ชิง ปล้น เกิดจากคนพวกนี้ ถ้าบ้านเราไม่มียาเสพติด อาชญากรรมก็น่าจะลดน้อยลง ตอนนี้เรื่องยาเสพติดก็มีนะ ให้ดูอยู่ แต่ยังไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน

รื่องต่อมาก็จะเป็นพวกอาชญากรรมทางเศรษฐกิจทั่วไป เรื่องการฉ้อโกงกัน ที่มันแพร่หลายมาก ก็มักจะมีการรับแจ้งที่กองปราบ เป็นประจำ ฉ้อโกงกันทางแชร์ โดยการเล่นไลน์แชร์ หรือวิธีการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก หลอกลวงกันแพร่หลายขึ้น และมูลค่าทรัพย์สินมันก็มากขึ้นเรื่อยๆ คนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็มีเยอะ แม้กระทั่งการหลอกลวงกันทางเฟซ บุ๊ก แสตมป์ก็มีคนหลงเชื่อ มันเป็นเรื่องของอาชญากรรมสมัยใหม่ ไม่เหมือนกันสมัยก่อนที่ถือปืนไปปล้นแบงก์ ปล้นบ้าน เรื่องรับจ้างฆ่าคนตาย เดี่ยวนี้ก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่

เรื่องการปรับกำลังตำรวจที่มีอยู่ที่นี่ เรื่องการใช้เทคโนโลยีไม่แพ้ที่อื่นนะ ค่อนข้างครอบคลุมและครบด้วย ทุกกองได้คนที่ดีมาทำงาน ก็เลยเบาใจ ตำรวจทุกคนที่นี่ เชื่อว่าเต็มร้อยทุกคน เชื่อใจ มั่นใจกับทุกคน คุยกันรู้เรื่อง ไม่หนักใจในเรื่องไหนเลย เพราะได้ผู้บังคับบัญชาที่ดี และผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดี สบายใจ สำหรับบ้านเมืองตอนนี้ ดูแล้วก็ยังไปได้อีก ปัญหาแตกแยกภายในถ้าลดน้อยลง ก็จะเดินหน้าได้ ประเทศไทยก็จะดีขึ้นอีก พวกกลุ่มผู้มีอิทธิพลตามต่างจังหวัดเดี๋ยวนี้ก็เงียบลงไปนะ สถานการณ์มันสร้างอย่างนั้นรึเปล่าไม่รู้
แต่ก็เก็บข้อมูลไว้นะ มันคงไม่ได้สนใจหรอกว่า พี่เป็นผู้การกองปราบ อยู่สถานการณ์ตอนนี้มากกว่าที่ใครจะไปทำอะไรถ้ามันแหล่มขึ้นมา นี่ อยู่ยากเลยนะ ผมเชื่อว่ามันเป็นส่วนหนึ่ง

สำหรับอดีตที่เคยเป็นสารวัตรคอมมานโดมาก่อน เวลานี้ ลูกน้องเก่าๆในแผนก ย้ายไปเกือบหมด ตอนนี้ก็เป็นคนรุ่นใหม ผกก.ต่อ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป. เขาดูแลดี ผู้ใต้บังคับบัญชาเขาก็มีวินัย อยู่ในแถว ส่วนงานที่คาบเกี่ยวกัน เรื่องการฉ้อโกง งานไอที ยาเสพติด มันคาบเกี่ยวกับหน้างานของหน่วยอื่นนั้น ทางผู้บัญชาการเขาก็ให้บูรณาการการทำงานควบคู่กัน งาน ของ ป.เองก็ทำ มีการส่งเนื้องานมาให้ และเราก็ไปร่วมทำด้วย เช่น งานค้ามนุษย์ ป.ก็ไปร่วมด้วย เราไปร่วมกับทุก บก.ที่มีงาน แล้วคนเขาไม่พอ หรือทำไม่ไหว
ความมุ่งหวังของผม อย่าให้กองปราบฯต่ำกว่าที่เคยเป็นมา ตรงนี้มันจะยาก เพราะความคาดหวังมันจะเยอะ เป็นหน่วยที่ชาวบ้านพึ่งหวังเยอะ แต่ก็เบาใจตรงที่ว่ายังไม่มีอะไรที่มันหนักๆ จนต้องไปลงแรงกันเยอะ ช่วงนี้ถือว่าเป็นโชคดีของประชาชน ที่ไม่มีอะไรที่ต้องเดือดร้อนหนัก ตำรวจเราหลายที่เก่ง เดี๋ยวนี้ต้องผ่านการฝึก การเทรน เหมือนๆกัน กองสืบทุกที่ เหมือนกันหมดแล้ว แม้กระทั่งสืบโรงพักเอง เราก็เบาภาระไปเยอะแล้ว สมัยผมเป็น ผกก.ไปนอนอยู่อีสานตั้งเป็นเดือน กว่าจะได้คดีหนึ่ง เมื่อก่อน แต่เดี๋ยวนี้พอเกิดคดี ท้องที่เขาก็เร่งมือทำร่วมกับภาค เราก็เบาไปเยอะ

ชีวิตไม่มีอะไรมากมาย ได้มาถึงขั้นนี้ก็เกินคาดแล้วสำหรับเด็กบ้านนอก….ผู้การสุทินถ่อมตัวตบท้าย

ขอขอบคุณ ที่มา http://policenewsvarieties.com/ชีวิตไม่มีอะไรมาก-ได้มา